เปิดตำราชีวิตเก่งแล้วไม่ขยันจะไม่มีวันเก่งจริง

เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อมองย้อนกลับไป

มีหลายเหตุการณ์ราวกับเพิ่งจะผ่านพ้นเมื่อวันวาน…?

ธนินทร์ เจียรวนนท์ ที่ปัจจุบันอายุของเขาเข้าสู่วัย 78 ปีแล้ว และ “เจี่ย เอ็กชอ”

คุณพ่อของเขา ชาวจีนโพ้นทะเลจากเมืองแต้จิ๋ว หอบเอาเสื่อผืนหมอนใบ

และกระสอบเมล็ดพันธุ์ผักถุงใหญ่ รอนแรมมาจนถึงเมือง “หมั่งก๊ก”

หรือบางกอก แล้วเปิดร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชื่อ “เจียไต๋จึง”

ซึ่งเป็นภาษาแต้จิ๋ว แต่ถ้าเป็นภาษาจีนกลางจะอ่านว่า “เจิ้งต้า”

หมายถึงความซื่อสัตย์ ยุติธรรม เที่ยงตรง

ซึ่งกลายมาเป็นฐานรากธุรกิจของ “เครือเจริญ โภคภัณฑ์” จนทุกวันนี้

เจี่ย เอ็กชอ นักพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ตัวยง

เมื่อมีสวนผักทั้งที่เมืองแต้จิ๋วและเมืองเราก็คัดเลือกสายพันธุ์ที่ดี

จากสวนผักทั้ง 2 แห่ง มาขยายผลต่อทำให้นึกถึงสุภาษิต

โบราณที่กล่าวถึงความสำคัญของการ

อ่านตำราหมื่นเล่ม กับการเดินทางไกลหมื่นลี้

เพื่ออธิบายว่าความรู้ทั้งจากตำราและประสบการณ์ล้วนสำคัญ

แต่สำหรับเจี่ย เอ็กชอ ผู้มีโอกาสเรียนรู้จากโลกกว้างนั้น

การเรียนรู้จากประสบการณ์สำคัญยิ่งกว่าตำรา

อิทธิพลทางความคิดจากพ่อ

ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อญี่ปุ่นขยายแนวรบเข้ามาในเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้ กิจการเมล็ดพันธุ์เจียไต๋พลอยได้รับผลกระทบ

เจี่ย เอ็กชอ จึงพาครอบครัวหนีเครื่องบินทิ้งระเบิดจากถนนเยาวราชไปอยู่ถนนตก ถือ

เป็นบริเวณชานเมืองชีวิตในท้องนาท้องไร่กับเป็ดไก่ ทำให้ธนินท์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 3 ขวบ

เกิดความรู้สึกผูกพัน ถึงขั้นที่ว่านำเงินแต๊ะเอี๊ยไปซื้อไก่ชนตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

เพราะหลงใหลในความสง่างามแข็งแรงบึกบึนของมัน

และอาจเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิตให้รู้สึกผูกพันกับสัตว์ปีกแต่วัยเยาว์

วันหนึ่งกิจการเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็น “เจริญโภคภัณฑ์” ซีพี

ขยายมาทำอาหารสัตว์จนลงตัวที่ธุรกิจเลี้ยงไก่ ธนินท์ได้รับมอบหมายให้เป็นทัพ

หน้า คอยประคบประหงมกิจการที่เกิดขึ้นใหม่

โดยแนวคิดสำคัญของธุรกิจใหม่นี้ คือ “ทำอาหารสัตว์

หากไม่เลี้ยงสัตว์ให้ดู ใครจะเชื่อถืออาหารสัตว์ที่ทำขึ้นมา”

และในยุคนั้น เนื้อไก่เป็นของดีมีราคา คนส่วนใหญ่จึงได้แต่

กินโปรตีนจากไข่เป็นของดีราคาถูก

ยกประสบการณ์แต่ละครั้งเป็นครูเสมอมา

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาไก่เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว แพง

เป็นเพราะต้นทุนสูง มีข้อจำ  กั  ด  ยิบย่อยเต็มไปหมด

ตั้งแต่ปริมาณไก่ที่เลี้ยงไปจนถึงค่าใช้จ่ายยิบย่อยต่างๆ นานา

ดังนั้น ธนินท์จึงเริ่มศึกษาวิธีการว่าต้องทำอ  ย่ า  งไรไก่จึงจะไม่กลายเป็น

อาหารเกินเอื้อม คำตอบที่ได้มีเพียงการใช้เทคโนโลยีระดับสูง

แต่เวลานั้น การเลี้ยงไก่อยู่ในความควบคุมดูแลของเกษตรกร ยังไม่ได้ศึกษา

เทคโนโลยีใหม่ ทางซีพีจึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา

โดยบริษัทอาร์เบอร์ เอเคอร์ส A r b  o r A c r e  s มาวางรากฐาน

ธุรกิจการเลี้ยงไก่สมัยใหม่ในประเทศ

ผลที่ได้คือ สา ม   า ร   ถเพิ่มผลิตผลได้ 100 เท่า จากการเลี้ยงไก่แบบเดิมๆ

1 คน เลี้ยงได้ 100 ตัว เปลี่ยน ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็น 1 คน เลี้ยงได้ 10,000 ตัว

และในยุค 4G นี้ เกษตรกร 1 คน ส   า ม  า ร  ถ   เลี้ยงไก่ได้มากถึง

170,000 ตัว หรือคิดเป็น 17 เท่าของยุคก่อน

หลังจากความสำเร็จในกิจการเลี้ยงไก่ ธนินท์กับพี่ๆน้องๆ

ก็เริ่มข  ย  า  ย  การลงทุนออกไปทั้งแนวกว้าง กระจายการลงทุนไป

ในหลายประเทศ บนพื้นฐานความคิดที่ว่า

ต้องส่งเสริมการลงทุนในต่างแดนของนักธุรกิจเพื่อ

ประกาศให้ต่างชาติรู้ว่า ค  น  ที่มีความรู้ความส   า  ม  า ร   ถไม่แพ้ชาติใดในโลก

ธรรมชาติของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกคนรู้ดีว่า

การทำธุรกิจย่อมมี  ผิ  ด  พ  ล   า ด ในมุมของธนินท์มองว่า ความผิ  ด   พ ล  า  ด

คือค่   า  เ   ล่   า เ  รี ยน ถ้าผิ  ด พ  ล  า ด 30 เปอร์เซนต์ สำเร็จ 70 เปอร์เซนต์

ให้ถือว่า 30 เปอร์เซนต์ เป็นค่าเ  ล่   าเรียนเพื่อให้ได้เรียนรู้ข้อ   ผิ   ด พ  ล  า  ด

ธนินท์เรียนรู้จากข้อ  ผิ  ด  พ   ล  า   ด  นับแต่เริ่มต้นทำงาน

เช่น ครั้งไปบุ   ก เ  บิ  ก  ต  ล  า  ด   ฮ่  อ  ง ก  ง ในช่วงที่มีปัญหาขาดแคลนอาหาร

เ  นื้ อ  สั  ต ว์ ทั้งไ  ก่ และห  มู  จ นต้องนำเข้าจากประเทศ

ธนินท์มีแนวคิดแหวกแนวกว่าเจ้าอื่นๆ นั่นคือเช่า

เหมาเครื่องบินเพื่อขนไก่เป็นๆ ไปส่งให้ต่างประเทศ

ซึ่งพี่ๆ ได้มอบหน้าที่ให้ธนินท์เป็นผู้ควบคุมการขนส่งครั้งนี้

บทเรียนล้ำค่าที่ธนินท์ได้รับโดยไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อกัปตันเห็นว่า

ผู้โ  ด  ย  ส  า  ร  ของเที่ยวบินนี้เป็นไก่ จึงงดบริการเสิร์ฟน้ำและอาหาร

ปิดแอร์ในห้องผู้โดย  ส  า  ร แล้วจัดให้ธนินท์มานั่งด้านหน้าร่วมกับนักบิน ทำให้ไก่ขาด

อากาศ และค่อยๆ ต   า   ย   ไปทีละตัว เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาจึงได้ขอ

ให้นักบินผู้ช่วยออกมาช่วยเปิดแอร์ให้ไก่ แต่ก็ไม่ส  า ม   า ร   ถ  ช่วยชีวิตไ  ก่  ได้หมด

ไ   ก่  ต  า  ย   ไปกว่าครึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ธนินท์เข้าใจถึงคำว่าขาดทุนตั้งแต่ยัง

ไม่ได้แลนดิ้ง เป็นบทเรียนที่มีผลต่อก้าวย่างของซีพีจนถึงวันนี้

และอีกครั้งที่ธนินท์ได้รับมอบงานสำคัญ คือการรับ  ผิ  ด  ชอบขน ห  มู  ส่งต่างประเทศ

ทางเรือ ที่ประสบปัญหาห  มู  ต   า  ย   ทุกครั้งที่เรือเข้าฝั่ง พี่ชายจึงส่งธนินท์

ไปทดลองแก้ปัญหาโดยให้ข้อเสนอว่า ถ้ามี  ห  มู  ต   า   ย   น้อยลง 1 ตัว เขาจะได้เงินพิเศษ 100 บาท

ธนินท์ทำการบ้าน โดยพ  ย   า ย  า  ม  สังเกตหาสาเหตุ จนพบว่า

การ   ต   า  ย  ของ  ห  มู  เชื่อมโยงกับการโคลงเคลงของเรือตามทิศทางลม

แต่ละฤดู เขาจึงทดลองจัดวางตำแหน่งใหม่

โดยนำ ห  มูไปไว้ตรงกลางเรือในช่วงหน้าร้อน และ

ย้  า  ย  ห  มู  ไปท้ายเรือในช่วงหน้าหนาว หลังจากนั้น  ห  มู   ก็  ต   า  ย   น้อยลง

พัฒนาตน ก้าวสู่ในโลกยุค 4.0

ในทัศนะของธนินท์ คนเราเก่งเรื่องภาคเกษตรและมีโอกาส

มากจากผลผลิตเกษตรด้านอาหารมาตลอดแม้กระทั่งอาหาร

ก็ได้สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศมานานแล้ว

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ใน 2 ปีที่ผ่านมาสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัย

ได้สนใจร่วมพัฒนาไบโอเทคโนโลยีอาหารเพื่อสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ

กับซีพี เป็นบริษัทแรกของโลกที่อยู่นอกเหนือกลุ่มยาที่เป็นโครงการงานวิจัย

พัฒนาหลักของฮาร์วาร์ด

และในเร็วๆ นี้ อาหารสุขภาพที่มหาวิทยา ลัย ฮาร์วาร์ดร่วมพัฒนากับซีพี

จะตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยของประเทศ เพื่อให้ผู้สูงวัยมีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่าง

มีความสุขกับสุขภาพที่ดีขึ้นและมีอายุยืนยาวกว่าที่ผ่านมา

โลกในยุค 4.0 นี้ ผลผลิตด้านอุตสาหกรรม ทุกสาขาต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชั้นสูง

โดยภายใต้สังคมยุคข้อมูลข่าวสารที่ดีและเร็วขึ้นเรื่อยๆ

การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและนวัตกรรมใหม่ๆทางเทคโนโลยีจำเป็นต้องก้าวไปด้วย

กันเพื่อเป็นอาวุธในการแข่งขันกับโลกภายนอก

เพราะฉะนั้น บทสรุปบนเส้นทางสู่ความสำเร็จของธนินท์ คือ

“เก่งแล้วไม่ขยัน จะไม่มีวันเก่งจริง” เพราะการทำงานหรือประสบการณ์นั้น

หาไม่ได้จากห้องเรียน ต่อให้มีความรู้ความจำเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อไม่ลงมือ

ปฏิบัติ ไม่สั่งสมประสบการณ์ ก็ไม่สามารถคว้าความสำเร็จได้

ผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกไม่ว่าจะเป็นบิล เกตต์ หรือ แจ๊ค หม่า

ล้วนประสบความสำเร็จจากประสบการณ์และการปฏิบัติจริงทั้งสิ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา  khaonaroo

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *