6 หลักปฏิบัติ ในการตรวจซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

  1. ได้แก่ การระวังรักษาเครื่องใช้ และร่างกายของตัวท่านเองเป็นประการแรก คือ
    ให้ปลดเอาเครื่องใช้นั้น ๆ ออกจากทางเดินของกระแสไฟฟ้า
  2. ข้อเสียหรือข้อบกพร่องของเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเครื่องใช้นั้น ๆ
    เช่น ถ้าเป็นเครื่องใช้ประเภท Heater ย่อมมีข้อเสียหายเกี่ยวกับตัวแผ่นธาตุของฮีตเตอร์นั้น ๆ
    หรือข้อต่อต่าง ๆ ถ้าเป็นเครื่องใช้ประเภทมอเตอร์ขับ มักจะเสียตรงส่วนที่มีการเคลื่อนไหว
  3. ชิ้นส่วนของไฟฟ้า ควรจะต้องตรวจข้อบกพร่องเป็นอันดับแรกตามที่กล่าวมาแล้วในข้อ 1 และข้อ 2 ปรากฏว่า
    พบข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นต่างชนิดของเครื่องใช้ที่จะต้องซ่อมหรือเปลี่ยน ก็ควรรีบทำการซ่อมหรือเปลี่ยนทันที
  4. ก่อนที่จะถอดชิ้นส่วนออกซ่อมหรือเปลี่ยน ควรทำเป็นบันทึกแผนผังไว้
    หรือทำเครื่องหมายบนชิ้นส่วนนั้น ๆ เสียก่อน เพื่อมิให้เกิดสับสนหรือเสียเวลาในการประกอบภายหลัง
    แต่ถ้าปรากฏว่าชิ้นส่วนของเครื่องใช้ชนิดนั้นพัง ควรหาเครื่องใช้ที่คล้ายกันมาเปรียบเทียบเอาไว้
  5. ชิ้นส่วนบางชนิด เมื่อถอดออกแล้วแต่ไม่สามารถจะซ่อมได้หรือเป็นชิ้นส่วนที่ชำรุดไม่เหมาะแก่การซ่อม
    หรือนำกลับมาใช้ใหม่ควรเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนเสีย เช่น สายไฟ หรือปลั๊ก เป็นต้น
  6. การประกอบชิ้นส่วนเข้าที่เดิมให้ทำงานทีละขั้นช้า ๆ และต้องตรวจสอบสภาพแต่ละชิ้นส่วนนั้นให้ดีเสียก่อนที่จะประกอบเข้า
    หรือควรทำความสะอาดประการใดก็ควรทำเสียด้วย เมื่อประกอบเข้าที่เดิมแล้วให้ตรวจดูอีกครั้ง
    ก่อนที่จะปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องใช้นั้น ๆ เพื่อความปลอดภัยของท่านและเครื่องใช้นั้น ๆ

เพราะเราคือช่างมืออาชีพซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แก้ปัญหาเรื่องซ่อมบ้านได้ตรงจุด ทำให้งบไม่บานปลาย ประหยัดทั้งเงินและเวลา  เพื่อเหมาะสมกับงานที่จะเข้าไปทำ เช่น ซ่อมเครื่องปรับอากาศ บริการ รับซ่อมแอร์  ติดตั้ง ล้าง ย้าย ซ่อมเครื่องซักผ้าซ่อมตู้เย็น
ให้บริการ เพื่อให้มีความพึงพอใจสูงสุด

ช่างซ่อมแอร์ ย้ายแอร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *