ปรึกษากฎหมายฟรี 061-1069577 ยากดีมีจนปรึกษาฟรี นักสืบราคาถูก

นักสืบ คือใคร 
นักสืบ เป็นผู้สอดแนม มักทำงานร่วมกับตำรวจหรือส่วนบุคคลอื่น ๆ ในภาษาอังกฤษอาจเรียกอื่นได้อีกว่า Private investigators (P.I. หรือ “private eyes”) ในอีกนัยหนึ่งนักสืบมักมีบทบาทในนวนิยายต่าง ๆ เป็นผู้ไขคดีฆาตกรรมและคดีต่าง ๆ มากมาย

บริการปรึกษากฎหมายทนายความ


ข้อมูลการทำงานทนายความ+++
1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน
สถานที่ทำงาน
งานของทนายความมีทั้งงานในสำนักงาน ที่ต้องตรวจสอบและเตรียมเอกสาร  โดยสถานที่จะเหมือนกับสำนักงานทั่วไป คือมีโต๊ะประจำของแต่ละบุคคล ซึ่งสำนักงานทนายความแต่ละที่จะมีจำนวนคนไม่มากนัก  นอกเหนือจากนั้นยังมีงานที่ต้องออกไปติดต่อประสานงานนอกสำนักงาน เช่น ศาล  สถานีตำรวจ และสถานที่อื่นๆ เพื่อปฏิบัติภาระกิจทนายความตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนใหญ่ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่การทำงานล่วงเวลาเป็นเรื่องปกติในอาชีพนี้ อาจจะต้องมาทำงานในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด อยู่เสมอ
สภาพการทำงาน
การปฏิบัติงานอาชีพนี้ ได้แก่ ผู้ทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย ให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายอื่นๆ รวมถึงการปฏิบัติงานทั่วๆไปเกี่ยวกับกฎหมาย เช่น การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย การว่าความคดีอาญา และคดีแพ่ง        ให้คำแนะนำแก่ลูกความเกี่ยวกับปัญหาบุคคล และธุรกิจในแง่ของกฎหมาย และทำแทนลูกความในเรื่องต่างๆ ดำเนินการฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในนามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง ซึ่งงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวของกับผลประโยชน์ของลูกความจึงมีความกดดันและต้องทำให้ลูกความได้รับผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
ประเภทของลูกค้า
อาชีพทนายความ ถือเป็นอาชีพที่สำคัญอีกอาชีพหนึ่ง ซึ่งจะมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ และบุคคล เพราะอาชีพนี้จะมีความชำนาญทางกฎหมาย ความต้องการของอาชีพนี้มีสูงขึ้นเรื่อยๆโดยดูได้จากคดีที่เกิดขึ้นที่กรมตำรวจ ล้วนแต่ต้องใช้ทนายความเข้ามาช่วยในคดีทั้งสิ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทนายความมีคดีว่าความมากขึ้นเนื่องจากจะมีคดีฟ้องร้องในเรื่องการค้างชำระหนี้มากขึ้น  แต่รายได้จากการว่าความจะไม่ค่อยมากนักเนื่องจากฝ่ายจำเลยไม่สามารถชำระค่าเสียหายได้ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจอย่างไร ความต้องการแรงงานในอาชีพมีอยู่ตลอด ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญความเก่ง และชื่อเสียงของทนายความแต่ละคนด้วย นอกจากนี้ทนายความอิสระบางคนอาจจะรับทำงานสืบสวนให้บุคคลที่ต้องการให้สืบสวนหรือติดตามสิ่งของ หรือบุคคลที่ต้องการค้นหา เพราะฉะนั้นลูกค้ามีความหลากหลายมาก การจ้างทนายไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยเสมอไป แต่จะเป็นคนที่ประสบปัญหาต่างๆเกี่ยวกับกฎหมาย และต้องการได้รับคำปรึกษาจากเรา ซึ่งก็จะได้พบเจอกับลูกค้าในทุกระดับ
อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับอาชีพ/ตำแหน่งงานใดบ้าง
อาชีพทนายความนั้นต้องทำงานร่วมกับอาชีพที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมอันประกอบด้วย ศาล อัยการ ตำรวจ ทหาร ราชทัณฑ์ ผู้พิพากษา ข้าราชกาลฝ่ายกฏหมาย นิติกรตามบริษัท เจ้าหน้าสินเชื่อ เจ้าหน้าเร่งรัดหนี้ นักสืบ ซึ่งทุกอาชีพที่กล่าวมานี้คืออาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฏหมายทั้งสิ้น แต่จะแล้วแต่รูปแบบของงานว่าเป็นคดีความแบบใด และต้องติดต่อประสานงานกับอาชีพใดเพื่อให้คดีความนั้นบรรลุผลสำเร็จไปได้ด้วยดี
2. คุณลักษณะของงาน
เป้าหมายของงาน/โจทย์ใหญ่ของงาน/ความท้าทายของงาน
เป้าหมายของงานในอาชีพทนาย คือการทำตามความต้องการของลูกความ และบรรลุเป้าที่ตั้งไว้ของคดีนั้นๆ ความท้าทายอยู่ที่ความแตกต่างและความยากง่ายของแต่ละคดี ซึ่งมีความกดดันแต่ต่างกัน แต่ทุกๆงานไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เราก็ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ บางคดีต้องใช้เวลาในการสืบค้นข้อมูลนานหลายปีก็ต้องมีความรับผิดชอบที่จะตามคดีนั้นๆอย่างเสมอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการทำงาน
Work process
1. ปฏิบัติงานทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย เช่น ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย
2. ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย และดำเนินการแทนคู่ความทั้งทางอาญา และแพ่ง
3. ตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ และค้นตัวบทกฎหมายที่จะนำมาใช้โดยการศึกษาประมวล กฎหมาย พระราช กฤษฎีกา เทศบัญญัติ คำพิพากษาของศาลสูงที่มีมาแล้ว และกฎข้อ-บังคับที่ตราขึ้นไว้
4. ให้คำแนะนำแก่ลูกความถึงสิทธิ และหน้าที่ตามกฎหมาย
5. ทำการแทนลูกความในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกฎหมาย จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย และค้นหาบรรพต่างๆ ในประมวลกฎหมาย
6. ว่าความ และดำเนินกระบวนการพิจารณาใดๆ ในศาลแทนคู่ความทั้งในคดีแพ่ง และคดีอาญา มีบทบาทในการสร้าง และรักษาความเป็นธรรมให้กับสังคม
7. มีบทบาทในการคุ้มครอง ดูแลรักษาผลประโยชน์ของบุคคล และองค์กรธุรกิจเอกชนต่าง ๆ
8. มีบทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำ ในการดำเนินการต่างๆ ให้ถูกต้องตามระเบียบ และกฎหมาย
9. มีบทบาทเป็นคนกลางเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ด้วย
10. อาจเชี่ยวชาญในงานกฎหมายสาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ
11. อาจเป็นทนายความ หรือที่ปรึกษากฎหมายประจำองค์กร บรรษัท ห้างหุ้นส่วน บริษัท นิติบุคคล คณะบุคคล หรือเอกชน
Career path/ความก้าวหน้าของสายอาชีพ
อาชีพทนายความ นอกจากจะประกอบอาชีพเป็นทนายความแล้วยังสามารถเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของหน่วยงาน เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของหน่วยงาน เป็นพนักงานอัยการ และก้าวไปสู่การเป็นผู้พิพากษาได้ และนอกจากนี้อาชีพทนายความเป็นอาชีพที่มีความชำนาญทางกฎหมายเป็นพิเศษ จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้กับอาชีพอื่นได้มากมาย เช่น นักการเมือง ทหารตำรวจ เจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สิน เจ้าหน้าที่การเงิน หรือครู อาจารย์ ทนายความที่มีความสามารถ และมีความรู้ทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างดี อาจได้รับการว่าจ้างให้เป็นทนายความ ว่าความในต่างประเทศ หรืออาจเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการเจรจาทางด้านกฎหมาย หรือสิทธิประโยชน์ของประเทศได้อีกด้วย
บุคลิก นิสัยของคนที่เหมาะจะทำอาชีพนี้
1. ต้องมีใจรักในอาชีพ เพราะเป็นงานที่ต้องมีความเสียสละเพื่อผู้อื่น
2. มีการใฝ่หาความรู้รอบตัวอยู่เสมอ
3. มีวาทศิลป์ในการพูด
4. ต้องเป็นคนซื่อตรง
5. มีความสนใจในด้านกฏหมาย กระบวนการยุติธรรม
6. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในศิลธรรมอันดี
7. ไม่เป็นผู้ได้กระทำการใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
8. ชอบท่องจำ  เพราะกฏหมายมีมาตรต่างๆมากมายที่ต้องนำไปใช้ในการทำคดีความ
9. ต้องซื่อตรงต่อลูกความ ผู้ร่วมงานอำนวยการความยุติธรรม ชุมชน ผู้ร่วมสำนักงาน และตนเอง
3. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ
มีความสนใจในด้านกฎหมาย กระบวนการยุติ-ธรรม และต้องชอบที่จะท่องจำ เพราะวิชานิติศาสตร์เป็นการเรียนที่ต้องท่องจำมาก เช่น กฎระเบียบ มาตราต่างๆ เป็นต้น
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ต้องสอบเข้ารับการคัดเลือก หรือเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาคณะนิติศาสตร์ หลักสูตร 4 ปี สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี จากสถาบันการศึกษาซึ่ง สภาทนายความเห็นว่าสถาบันนั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้ และเป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าต้องเข้ารับการอบรมจากสภาทนายความ โดยอบรมภาคทฤษฎีหลักสูตร 6 เดือน และอบรมภาคปฏิบัติ หลักสูตร 6 เดือน จึงสมัครเข้าสอบขอ ใบอนุญาตว่าความผ่านการทดสอบจะได้รับใบอนุญาตว่าความทั่วราชอาณาจักรจากสภาทนายความ
มีความรู้ความสามารถในการเรียนรู้ประมวลกฏหมายทั้งหมด รู้ว่าเราต้องใช้กฏหมายไหนมารองรับการกระทำของลูกความ หรือโต้แย้งกับฝั่งตรงข้าม มีสติและการรับมือกับสถาณการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
4. เครื่องมือที่ใช้ในอาชีพนั้น
หนังสือประมวลกฏหมาย เป็นสิ่งที่ทนายความมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านและศึกษาให้ละเอียด
การเลือกทนายว่าความ ++++
ถ้าหากเลือกทนายความผิด แทนที่จะได้คนมาช่วยแก้ไขปัญหา หรือบรรเทาความเดือดร้อนของเราแล้ว อาจจะเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มเป็นทวีคูณก็ได้ ถ้าผู้ที่ต้องการทนายความสามารถเตรียมตัวในการพบทนายความสามารถเตรียมตัวใน การพบทนายความได้ดีแล้วก็จะทำให้ทนายความสามารถทำงานให้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นการประหยัดเวลาของผู้ได้รับความเดือดร้อนและของทนายความได้อย่างดี และยังเป็นการลดความขัดแย้งของลูกความกับทนายความ ซึ่งทำให้คดีมรรยาททนายความลดน้อยลงไปด้วย คำแนะนำดังต่อไปนี้เป็นเพียงหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่ควรปฏิบัติในการพบทนาย ความครั้งแรก
ขอดูใบอนุญาตทนายความ ++++
ผู้ประกอบอาชีพทนายความต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความเท่านั้น ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตว่าความ ต้องได้รับการทดสอบว่าเป็นผู้ที่ต้องมีความรู้ทางด้านกฎหมาย และได้รับการฝึกฝนการใช้กฎหมายมาเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับการอบรมเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางวิชาชีพแล้ว ซึ่งสภาทนายความมีอำนาจในการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมมาเป็นทนายความ จึงเสมือนหนึ่งเป็นการรับรองว่า ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตว่าความต้องเป็นผู้มีมาตรฐานการประกอบวิชาชีพขั้นต่ำแล้ว
ผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ หากมาทำการว่าความในศาล หรือแต่งฟ้องคำให้การ ฟ้องอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์ ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลง อันเกี่ยวแก่การพิจารณาในศาล เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา33 จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 82 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เชื่อหรือไม่? ในปัจจุบันนี้ มีสำนักงานทนายความบางแห่งที่ประกอบกิจการมานานนับสิบปี โดยเจ้าของสำนักงานหรือผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ แต่จะทำการเป็นผู้ให้คำแนะนำทางด้านกฎหมาย เมื่อจะว่าความก็จะใช้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตว่าความดำเนินการในชั้นศาล บุคคลทั่วไปจะเห็นแต่ท่าทางภูมิฐาน พูดจะมีหลักมีเกณฑ์น่าเชื่อถือ โดยปกปิดเรื่องที่ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความหรือบางครั้งแอบอ้างว่าเป็น
ทนายความด้วย เมื่อให้คำแนะนำกฎหมายที่ผิดพลาดก็ไม่รับผิดชอบ หรือหากมีการละทิ้งงานหรือฉ้อโกง หรือหลอกลวงเงินของลูกความแล้ว สภาทนายความก็ไม่มีอำนาจเข้าไปลงโทษแต่อย่างใด ซึ่งเป็นช่องว่างของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับ พฤติการณ์เหล่านี้หลายเรื่อง แต่ไม่อาจลงโทษบุคคลดังกล่าวได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ ในขณะนี้ สภาทนายความกำลังพยายามแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการจดทะเบียนสำนักงานทนาย ความด้วย ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จ ก็จะทำให้สภาทนายความมีอำนาจเข้าไปควบคุมการดำเนินการของสำนักงานทนายความ ที่ประพฤติมิชอบได้ อันจะเป็นปกป้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนอีกทางหนึ่งด้วย
ทนายความบางคนอาจถูกสภาทนายความลงโทษเพราะประพฤติผิดมรรยาททนายความ โดยมีโทษห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกิน 3 ปีหรืออาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ถ้าทนายความดังกล่าวยังขืนไปว่าความในศาลหรือแต่งฟ้องคำให้การฟ้องอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์ ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลง อันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีในศาล กระบวนพิจารณาที่ดำเนินไปโดยทนายความดังกล่าวจะเสียไปทันที ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อลูกความด้วย ทนายความดังกล่าวอาจถูกศาลลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลก็ได้ ทนายความที่ถูกห้ามทำการเป็นทนายความแล้วยังขืนไปทำการว่าความ จะมีโทษตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 82 ประกอบกับมาตรา 33 ดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ
ไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการลงโทษเป็นเพียงห้ามทำการเป็นทนายความ ยังอาจถือได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดคำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความ หรือสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ อันเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวด 6 ข้อ 21 อีกส่วนหนึ่งด้วย ส่วนทนายความที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความแล้ว ยังขืนทำการว่าความถือว่า ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 82 ดังกล่าว มาแล้วข้างต้น แต่คนที่จะได้รับความเสียหายมากที่สุดก็ยังคงเป็นผู้เลือกหรือแต่งตั้ง
ดังนั้น หากสอบถามแล้ว ได้ความยังไม่ชัดเจนหรือมีข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายทะเบียนทนายความ หรือที่สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ สภาทนายความ โทรศัพท์ 0-2629-1430 ต่อ 106, 107
ถามทนายความว่า มีความสัมพันธ์ส่วนตัวอะไรกับบุคคลที่จะเป็นคู่ความกับตนหรือไม่?
หากมีการแต่งตั้งให้เป็นทนายความแล้ว ทนายความบางคนอาจจะมีผลประโยชน์ขัดกันในการทำหน้าที่เป็นทนายความให้แก่ลูกความ
การที่จะแต่งตั้งทนายความ หมายถึง การที่จะแต่งตั้งให้ทนายความทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้แต่งตั้ง หากทนายความมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคู่ความฝ่ายตรงข้าม เช่น เป็นญาติหรือเป็นเพื่อนสนิทกับฝ่ายตรงข้ามหรือมีผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับ จากคู่ความฝ่ายตรงข้าม เช่น เป็นที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้วหรือเป็นทนายความให้แก่ฝ่ายตรง ข้ามหรือทนายความมีส่วนได้เสียจากกรณีที่พิพาทกัน เช่น ทนายความเป็นผู้จะซื้อที่ดินที่จะพิพาทกัน หรือเป็นผู้มีสิทธิจะได้รับมรดกเป็นที่ดินที่จะพิพาทกัน เป็นต้น ก็อาจจะทำให้ทนายความคนนั้นไม่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้แต่งตั้งทนาย ความได้ ปัญหานี้อาจพบได้ในต่างจังหวัด ซึ่งมีสังคมที่แคบกว่าในกรุงเทพมหานคร ทุกคนในจังหวัดอาจรู้จักกันและมีผล
ประโยชน์เกี่ยวเนื่องกันอยู่ ทนายความที่ได้รับเป็นทนายความหรือได้ปรึกษาคดี ได้ทราบข้อเท็จจริงแห่งคดีแล้ว ไปทำหน้าที่ทนายความให้กับอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะ มีความผิดเปิดเผยความลับของลูกความ หรือรับปรึกษาคดีแล้วภายหลัง มาทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเป็นการประกอบอาชีพที่เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์และวิชาชีพทนายความ อันเป็นประพฤติผิดมรรยาททนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนาย ความ
พ.ศ.2529 หมวด 3 ข้อ 11, 13 หรือ 18 ก็ได้ ดังนั้น ทนายความไม่ควรรับปรึกษาคดีที่มีปัญหาดังกล่าว
สอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายในคดี และค่าทนายความ
ทนายความมีวิธีการเรียกค่าใช่จ่ายและค่าทนายความไม่เหมือนกัน ซึ่งโดยทั่วไปทนายความจะขอให้ลูกความเล่าเรื่องย่อแล้ว จะให้ความเห็นทางกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายก่อน จึงจะกำหนดค่าใช้จ่ายและค่าทนายความ ซึ่งควรสอบถามรายละเอียดหรือข้อสงสัยเพื่อให้ทนายความอธิบายให้ชัดแจ้งด้วย
ทนายความบางคนจะเรียกค่าใช้จ่ายและค่าทนายความเป็นการเหมาจ่ายตลอดทั้งสามศาล หรือเหมาจ่ายเป็นรายศาล บางรายจะเรียกค่าใช่จ่ายตามที่จ่ายจริงแยกต่างหากจากค่าทนายความ แยกกันแต่ละศาล
ค่าใช้จ่ายในศาล หากเป็นคดีแพ่ง ต้องวางเงินค่าขึ้นศาล เป็นเงินร้อยละ 2.5 ของทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน และกำหนดค่าขึ้นศาลสูงสุดที่ศาลจะเรียกไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าเป็นคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์ ต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียม 200 บาท ค่าใบแต่งทนายความ 20 บาท ค่าคำร้อง 20 บาท คำขอ 10 บาท ค่าอ้างพยานเอกสารใบละ 5 บาท แต่ไม่เกิน 200 บาท ประมาณค่าคำร้อง คำขอ และค่าใช้จ่ายอื่นคดีละไม่เกิน 2,000 บาท
หากคดีมีการอุทธรณ์หรือฎีกา ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราเดียวกันข้างต้น และต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ที่ศาลสั่งให้ใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่ง ไปวางศาลด้วย ในกรณีที่ตัวความเป็นผู้ยากจน ก็อาจขอให้ทนายความยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้ ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป หากเป็นคดีอาญาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาทั้งหมด

เคยมีคดีมรรยาททนายความหลายคดีที่ทนายความเรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากลูกความ สูงกว่าที่กำหนดในกฎหมาย เช่น เรียกในอัตราร้อยละ 3 หรือร้อยละ 5 บางรายไม่แจ้งให้ลูกความทราบว่ากฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดของค่าฤชาธรรมเนียม ไว้ ทำให้ได้รับเงินสูงกว่าที่จะต้องนำไปวางศาล โดยนำมาเป็นประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นการใช้อุบายด้วยประการใด ๆ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เพื่อจะให้ตนได้รับประโยชน์นอกเหนือจากที่
ลูกความได้ตกลง สัญญาให้อันเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวด 3 ข้อ 14
ค่าทนายความ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการดำเนินคดีและความมีชื่อเสียงของทนายความ หรือ ของสำนักงานทนายความ มีวิธีการคิดค่าทนายหลายแบบ เช่น คิดเป็นอัตราร้อยละ จากทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน เช่น ร้อยละ 3 ร้อยละ 5 ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 ของทุนทรัพย์ เป็นต้น หรือคิดเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน หรือคิดเป็นรายชั่วโมงของการทำงานของทนายความ หรืออาจคิดเป็นรายครั้งที่ต้องไปทำงานว่าความที่ศาลหรือไปติดตามสืบค้นหา
ข้อเท็จจริงแห่งคดี เป็นต้น
ค่าทนายความไม่มีการกำหนดแน่นอนว่าควรจะเรียกเท่าใด แต่ในทางจริยธรรมวิชาชีพทนายความแล้ว ค่าทนายความควรจะเรียกในจำนวนที่เหมาะสม ไม่ใช่เป็นการขูดรีดจากตัวความในขณะที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เคยมีคดีที่ทนายความเรียกค่าจ้างเฉพาะในชั้นบังคับคดีเป็นเงิน 60,000 บาท ทั้งที่คดีมีทุนทรัพย์เพียง 80,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการประกอบอาชีพที่เสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของ ทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 ข้อ 18
มอบคดีให้ทนายความ
เมื่อได้สอบถามปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวจนเป็นที่พอใจว่า จะว่าจ้างทนายความดังกล่าวแล้ว ก็ควรส่งมอบคดีให้ทนายความดำเนินการ โดยควรบันทึกข้อเท็จจริงแห่งคดีโดยละเอียด ระบุรายละเอียดของพยานเอกสารพยานบุคคล ที่อยู่ของพยานบุคคลดังกล่าว และวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อให้ทนายความสามารถทำงานต่อไป ได้อย่างรวดเร็วโดยควรให้ทนายความลงชื่อรับบันทึกและพยานเอกสารดังกล่าว เป็นหนังสือด้วย เพื่อไม่ต้องมาโต้แย้งกันในภายหลังว่า ทนายความได้รับเอกสารดังกล่าวไปแล้วหรือยัง
ทำสัญญาจ้างว่าความ
ควรขอให้ทนายความทำหนังสือสัญญาจ้างว่าความให้ละเอียดถูกต้องตามที่ได้เจรจากันมา หากมีข้อความในหนังสือสัญญาข้อใดไม่ชัดเจนหรือไม่เข้าใจ ก็ขอให้ทนายความชี้แจง หรือขยายความในหนังสือสัญญาให้ชัดเจน เพื่อมิให้เป็นปัญหาในภายหลัง และผู้แต่งตั้งทนายความควรจะต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างว่าความให้เคร่งครัด
การเก็บเอกสาร
ควรเก็บสำเนาเอกสารที่ส่งมอบให้แก่ทนายความตลอดจนเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี หนังสือโต้ตอบระหว่างท่านกับทนายความให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อประโยชน์ในการค้นหาและติดตามคดี หรือใช้อ้างอิงในภายหน้า
การติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิด
ควรติดตามผลคดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการแล้วก็ตาม เพราะผลดีหรือผลเสียแห่งคดี ย่อมต้องตกแก่ตัวความเพียงฝ่ายเดียว หากละเลยไม่สนใจผลคดีแล้ว หากมีข้อผิดพลาดแล้วจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้
แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทันที
หากคู่ความฝ่ายตรงข้ามติดต่อมาหรือมีข้อมูลอื่นเพิ่มเติม ต้องรีบแจ้งให้ทนายความทราบทันที เพราะข้อมูลบางอย่างที่ท่านเห็นว่าไม่สำคัญ อาจจะมีความหมายสำคัญต่อทนายความในการดำเนินคดีก็ได้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง และรวดเร็วจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีอย่างยิ่ง
วันนัดของศาล
ต้องจดจำวันนัดของศาลให้แม่นยำ มิฉะนั้นหากท่านไม่ไปศาลในวันนัด ไม่ว่าจะเป็นเพราะหลงลืมหรือไม่ก็ตาม คดีท่านอาจจะได้รับความเสียหาย โดยไม่มีทางแก้ไขได้
มีปัญหาข้อข้องใจเกี่ยวกับคดีให้สอบถามทนายความทันที
เมื่อมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับคดีที่มอบหมายให้ทนายความ ให้รีบสอบถามหรือขอคำอธิบายจากทนายความทันที อย่ามัวแต่เกรงใจ ต้องสอบถามหรือขอคำอธิบายจนเข้าใจดี มิฉะนั้น ปัญหาข้อข้องใจดังกล่าวอาจทำให้ผลของคดีต้องได้รับความเสียหาย หรือกลายเป็นปัญหาใหญ่ติดตามมา หรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับทนายความก็ได้
ต้องการหาทนาย หาทนายว่าความใน เพื่อดูแลคดีของท่าน หรือมีข้อสอบถามปรึกษาทนายเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่ทำให้คุณเป็นกังวล เราทีมทนายที่สุดยอด พร้อมให้คำปรึกษาและรับทำคดี เช่น ต้องการหาทนายความ คดีที่ดิน คดีอย่าร้าง การรับบุตรบุญธรรม คดีความต่างๆ  เรามีทีมงานที่พร้อมให้บริการปรึกษา รับว่าความ คดีที่ดิน มรดก และคดีต่างๆ ด้วยทีมทนาย
-คดีความต่างๆที่รับว่าความศาล
-รับปรึกษาและว่าความ
-ดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา อาทิ คดีลักทรัพย์, คดีวิ่งราวทรัพย์, คดีชิงทรัพย์, คดีปล้นทรัพย์, คดีเช็ค, คดีฉ้อโกง, คดียักยอก, รับของโจร, คดีบุกรุก, คดีหมิ่นประมาท,
-ดำเนินคดีทรัพย์สินทางปัญญา
-ต่อสู้คดียาเสพติด
-รับสืบทรัพย์ และบังคับคดี
-รับจดทะเบียนหุ้นส่วน บริษัท
-คดีที่ดิน มรดก ปรึกษาเรื่องที่ดิน
-คดีความ ฟ้องอย่า คดีครอบครัว
-คดีการรับบุตรบุญธรรม รับรองบุตร
-คดีความต่างๆ ปรึกษาเราได้
-คดีเด็กและเยาวชนกระทำผิดอาญา เช่น คดีลักทรัพย์, คดีทำร้ายร่างกาย
-ร้องขอจัดการมรดก
-ร้องขอตั้งผู้ปกครอง, ร้องขอตั้งผู้อนุบาล, ร้องขอให้เป็นผู้สาบสูญ
บริการจ้างนักสืบสืบหาที่อยู่ ที่ทำงาน ค้นทะเบียนบ้าน ทะเบียนรถ สืบชู้สาวสืบทรัพย์ สะกดรอยถ่ายภาพ
ทนายว่าความ
ปรึกษากฎหมายฟรี 061-1069577 ยากดีมีจนปรึกษาฟรี นักสืบราคาถูก
ปรึกษากฎหมาย, รับว่าความ , จ้างนักสืบ
รับว่าความ ดีที่ดิน มรดก และคดีต่างๆ ด้วยทีมทนาย ที่มีประสบการณ์ คุยกันก่อนได้โทรคุยกับทนายได้เลย

ทนายนครพนม
ทนายบึงกาฬ
ทนายสกลนคร
ทนายมุกดาหาร
ทนายอุบลราชธานี
ทนายหนองคาย
ทนายอำนาจเจริญ
ทนายหนองบัวลำภู
ทนายศรีสะเกษ
ทนายอุดรธานี
ทนายยโสธร
ทนายเลย
ทนายกาฬสินธุ์
ทนายร้อยเอ็ด
ทนายมหาสารคาม
ทนายสุรินทร์
ทนายขอนแก่น
ทนายอำนาจเจริญ
ทนายบุรีรัมย์
ทนายชัยภูมิ
ทนายโคราชนครราชสีมา
ทนายเชียงใหม่
ทนายเพชรบูรณ์
ทนาย-เชียงราย
ทนายแม่ฮ่องสอน
ทนายพะเยา
ทนายลำพูน
ทนายน่าน
ทนายลำปาง
ทนายพิษณุโลก
ทนายแพร่
ทนายอุตรดิตถ์
ทนายตาก
ทนายกำแพงเพชร
ทนายพิจิตร
ทนายนครสวรรค์
ทนายอุทัยธานี
ทนายชัยนาท
ทนายลพบุรี
ทนายสิงห์บุรี
ทนายสุโขทัย
ทนายปราจีนบุรี
ทนายสระบุรี
ทนายนครนายก
ทนายนครปฐม
ทนายอ่างทอง
ทนายราชบุรี
ทนายสุพรรณบุรี
ทนายอยุธยา
ทนายสมุทรสงคราม
ทนายสมุทรปราการ
ทนายสมุทรสาคร
ทนายสระแก้ว
ทนายตราด
ทนายจันทบุรี
ทนายระยอง
ทนายชลบุรี
ทนายฉะเชิงเทรา
ทนายเพชรบุรี
ทนายชุมพร
ทนายระนอง
ทนายสุราษฎร์ธานี
ทนายนครศรีธรรมราช
ทนายพังงา
ทนายกระบี่
ทนายตรัง
ทนายพัทลุง
ทนายภูเก็ต
ทนายสงขลา
ทนายคลองตัน
ทนายจรัญสนิทวงศ์
ทนายดาวคะนอง
ทนายดินแดง
ทนายธนบุรี
ทนายนวนคร
ทนายนวลจันทร์
ทนายบางนา
ทนายปทุมวัน
ทนายประชาชื่น
ทนายประตูน้ำ
ทนายปิ่นเกล้า
ทนายพระราม 2
ทนายพระราม 9
ทนายเพชรเกษม
ทนายรัชดาภิเษก
ทนายรัชโยธิน
ทนายรามคำแหง
ทนายวังหิน
ทนายวัชพล
ทนายสะพานควาย
ทนายสาธุประดิษฐ์
ทนายสามเสน
ทนายสีลม
ทนายสุขาภิบาล
ทนายสุขุมวิท
ทนายสุทธิสาร
ทนายอนุเสาวรีย์ชัย
ทนายอ่อนนุช
ทนายปากเกร็ด
ทนายบางใหญ่
ทนายคลองหลวง
ทนายธัญบุรี
ทนายลาดหลุมแก้ว
ทนายลำลูกกา
ทนายสามโคก
ทนายหนองเสือ
ทนายกระทุ่มแบน
ทนายบางพลี
ทนายบางบ่อ
ทนายพระประแดง
ทนายพุทธมณฑล
ทนายสามพราน
ทนายเมืองหัวหิน
ทนายบางรัก
ทนายสาธร
ทนายเซนส์หลุยส์
ทนายสาธุประดิษฐ์
ทนายบางแค
ทนายภาษีเจริญ
ทนายปิ่นเกล้า
ทนายจรัญ
ทนายบรมราชชนนี
ทนายบางพลัด
ทนายบางอ้อ
ทนายบางกอกน้อย
ทนายบางกอกใหญ่
ทนายคลองสาน
ทนายอิสรภาพ
ทนายสาธร
ทนายสวนผัก
ทนายทุ่งมังกร
ทนายราชพฤกษ์
ทนายชัยพฤกษ์
ทนายกัลปพฤกษ์
ทนายกาญจนาภิเษก
ทนายพุทธมลฑล
ทนายพระราม 2
ทนายท่าพระ
ทนายรัชดาภิเษก
ทนายพระราม 3
ทนายซ.วัดลาดปลาดุก
ทนายแม้นศรี
ทนายราษฎร์บูรณะ
ทนายดาวคะนอง
ทนายตลาดพลู
ทนายพญาไท
ทนายเจริญ
ทนายปทุมวัน
ทนายมาบุญครอง
ทนายสยาม
ทนายศรีย่าน
ทนายเทเวศน์
ทนายทวีวัฒนา
ทนายบางนา
ทนายสี่แยกทศกันต์
ทนายตลิ่งชัน
ทนายสุขุมวิท
ทนายประตูน้ำ
ทนายวุฒากาศ
ทนายจอมทอง
ทนายท่าเกษตร
ทนายบางแวก
ทนายบางหว้า
ทนายวงเวียนใหญ่
ทนายลาดหญ้า
ทนายสำราญราษฎร์
ทนายเสาชิงช้า
ทนายสาธุประดิษฐ์
ทนายซ.วัดลาดปลาดุก
ทนายซ.วัดศรีประวัติ
ทนายสมเด็จเจ้าพระยา
ทนายเจริญนคร
ทนายเพชรเกษม
ทนายบางรัก
ทนายยานนาวา
ทนายเอกชัย
ทนายกำนันแม้น
ทนายเทเวศน์
ทนายเทอดไท
ทนายบางขุนเทียน
ทนายท่าข้าม
ทนายบางบอน
ทนายสุขสวัสดิ์
ทนายทุ่งครุ
ทนายประชาอุทิศ
ทนายลาพร้าว
ทนายอนุสาวรีย์ชัย
ทนายซ.อารีย์สัมพันธุ์
ทนายอ้อมน้อย
ทนายอ้อมใหญ่
ทนายมหาชัย
ทนายคลองขวาง
ทนายบางมด
ทนายหนองเเขม